เสม็ดสุดหรรษา MJ พาทัวร์
-
เสม็ดสุดหรรษา MJ พาทัวร์
โดย… MJ
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ MJ เชื่อว่าหลายคนอยากหาเวลาว่างพักผ่อนกับการทำงานที่หนักมากๆหรือหลังสอบ เสร็จ ส่วนตัว MJ วางแผนว่าจะเดินทางไปต่างจังหวัดกับเพื่อนรู้ใจ ทริปแห่งความประทับใจของเราเกิดขึ้นที่เกาะเสม็ดที่จังหวัดระยองไม่ไกลจาก บ้านเรานี่เอง
และแล้วก็มาถึงวันที่เรานัดหมายกับการเดินทางที่สุดหรรษาก็คือศุกร์ที่ 31 ตุลา เราได้ลาพักร้อนไป 1 วัน (แค่ 1 วันเองเนอะ) MJ อยากจะเล่นน้ำทะเลเร็วๆ เลยรีบออกจากบ้านไปซื้อตั๋วรถ กรุงเทพ-บ้านเพ รอบ 7 โมงที่ขนส่งเอกมัย ก่อนขึ้นรถก็ซื้อขนมกักตุนไว้สักหน่อย นั่งรถประมาณ 3 ชั่วโมงเราก็ถึงท่ารถบ้านเพ แต่เราหาท่าเรือบ้านเพไม่เจอ เราก็เดินดุ่มๆ เข้าไปถามพี่ๆ วินมอเตอร์ไซด์ ในที่สุดเราก็หาท่าเรือบ้านเพเจอสักที ซื้อตั๋วไป-กลับ 2 คนก็ 280 บาท จากนั้นเราก็ด่อมๆ มองๆ ว่าไหนอะเรือที่จะไปที่พักแสงเทียน รีสอร์ท เชื่อมั้ยคะว่า MJ กะเพื่อนไปถึงเรือเป็นคู่แรก ในเรือนักท่องเที่ยวมีแค่เรา 2 คน แถมด้วยกลับข้าวและเครื่องครัวของทางรีสอร์ทที่จะเตรียมให้บริการนักท่อง เที่ยวที่มาพัก พอเราไปถึงที่อ่าวเขาก็เอาเรือเล็กมารับเพื่อขึ้นฝั่ง MJ และเพื่อนก็ต้องลงเรือลำเดียวกันกะกับข้าวอีกแล้ว เราได้พักห้อง Top 3 ค่ะพอมองเห็นวิวชายหาดมาปรายๆ แต่ได้ยินเสียงคลื่นซัดชัดเจน หลังทานข้าวกลางวันเสร็จ เราก็ตัดสินใจเดินเที่ยวรอบเกาะเสม็ดแทนที่จะเช่ารถมอเตอร์ไซต์เพราะสภาพถนน เป็นดินแดง เราเตรียมกล้องและขากล้องไปด้วยเผื่อแวะถ่ายรูปกัน
เราเดินเลาะไปนิดเดียวก็เจออ่าววงเดือน มีร้านค้าเยอะมาก เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็ถึงอ่าวที่ 2 ก็คืออ่าวช่อค่ะ MJ ชอบอ่าวนี้เพราะไม่เล็กไม่ใหญ่มากมีที่พักประมาณ 3-4 ที่และจุดเด่นของอ่าวนี้ก็คือสะพานปลาค่ะแถมยังไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน แวะโพสท่ากันเล็กน้อย ก็มุ่งเดินไปยังอ่าวทับทิมต่อ เราถามทางชาวบ้านผู้ใจดีบอกทางว่ามีให้เลือก2 ทางค่ะคือเดินทางเท้าหรือเดินตามโขดหิน เราคิดว่าไม่ไกลเลยเลือกเดินแบบหลัง ปรากฏว่าไม่น่าเดินเลยอันตรายและลำบากมากเลยค่ะ เพื่อน MJ โดนโขดหินบาดแถมรองเท้าขาดอีก MJ เลยเสียสละรองเท้าให้เพื่อนใส่ ทางโขดหินเหมือนจะสั้นแต่เดินนานเกือบ 1 ชั่วโมงก็เห็นอ่าว(ดีใจสุดๆ)มาถึงอ่าวไผ่ซึ่งเป็นอ่าวคนพลุกพล่าน เราเริ่มเหนื่อยและล้ามากจึงสบตากับคนขับรถสองแถวปรากฏว่าคิดตั้ง 300 บาท เราเลยอึดใจเดินต่อไปเรื่อยๆเพื่อไปขึ้นรถที่หาดทรายแก้ว ระหว่างทางเป็นทางโคลนดินแดงแถมด้วยฝูงยุงบินตอมวี้ๆ เป็นเพื่อนเรา กว่าจะถึงปลายทางก็ 4 โมงเย็นกว่าๆ ทีนี้ต้องตัดใจ(กว่าเก่า)เพราะรถสองแถวเรียกราคาแพงกว่าเดิมอีก ทางรถมีทั้งหลุมทั้งบ่อกว่าจะถึงอ่าวแสงเทียนก็เหมือนนั่งเครื่องเล่นโยกตัว ไปมายังไงยังงั้น สรุปคืนนั้น MJและเพื่อนนอนสลบ (แกมตื่น) ท่ามกลางเสียงลมพายุและคลื่นตลอดคืน
ตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นและเช่าเต่ายักษ์ เรือพาย แพยาง มาเล่นน้ำทั้งวันเอาให้เต็มที่ไปเลย วันนี้พักผ่อนแบบสบายๆ เลยไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น ความสวยงามของธรรมชาติ ทำให้ปล่อยอารมณ์สบายๆ ไปกับสายลมเบาๆสลับกับแสงแดดกระทบทรายระยิบระยับ ความสุขแบบนี้หาไม่ได้ในกรุงเทพฯที่ซึ่งเราต้องกลับไปเผชิญกับโลกปกติอีก ครั้ง เรียกได้ว่าการมาทริปนี้สนุกสุดหรรษาเลยที่เดียวมีทั้งโหด มัน ฮาและน้ำใจ เพื่อนๆ ที่ได้อ่านบทความนี้รู้สึกสนุกเหมือนไปเที่ยวกับ MJ สุดหรรษาพาทัวร์ มั้ยล่ะค่ะ…






คอมเม้น ซะหน่อย

