เดินทางเรียนรู้ธรรมชาติจากระนองสู่ชุมพร
-
เดินทางเรียนรู้ธรรมชาติ จากชุมพรสู่ระนอง กับ ททท.ชุมพร
จังหวัดชุมพรและจังหวัดระนองแม้จะเป็นจังหวัดเล็กๆแต่ ศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวในด้านของธรรมชาติที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้สวย งามน่าหลงใหลสำหรับคนรักธรรมชาติที่แท้จริง และต่อท้ายด้วยการเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้านที่เราสามารถเข้าไปเรียนรู้ สัมผัสการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน ทำให้เกิดความเข้าใจในการดำรงชีวิตของชุมชนแต่ละชุมชนอีกด้วย เพราะทุกอย่างล้วนมีความแตกต่างกันในโลกใบนี้ แม้แต่ธรรมชาติยังสรรสร้างความแตกต่างของสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ธรรมชาติ ย่อมทำให้เราได้เข้าใจความแตกต่างมากขึ้น คราวนี้ ททท. ชุมพร จึงนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่บางคนอาจจะเคยเดินทางไปสัมผัสมาแล้วและบางคนอาจ จะยังไม่เคยสัมผัส

เริ่มต้นกันที่ ชุมชนบ้านเกาะพิทักษ์ สัมผัสบรรยากาศที่พักแบบโฮมสเตย์ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมกิจกรรมของชาวเกาะขนานแท้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมท้าทายเช่นการดำน้ำดูปะการัง ดูหอยมือเสือ ตกปลา ไดหมึก เดินชมธรรมชาติรอบเกาะ และชิมอาหารทะเลสดๆ ซึ่งชุมชนบ้านเกาะพิทักษ์ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 14 ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร เกาะพิทักษ์เป็นเกาะเล็กๆอยู่ไม่ไกลจากฝั่ง มีเรือหางยาวของชาวบ้านไว้คอยบริการ จากท่าเรืออ่าวครกไปยังเกาะพิทักษ์ ค่าเรือเพียงคนละ 20 บาท และใช้เวลาในการนั่งเรือประมาณ 10 นาที หรือ เช่าเหมาลำชมทิวทัศน์รอบเกาะราคาตามตกลงและขึ้นอยู่กับจำนวนคนและเวลาที่ใช้ บริการลักษณะเด่นของชุมชนเกาะพิทักษ์ เป็นชุมชนที่มีวิวัฒนาการและการพัฒนาบนพื้นฐานของหลักเศรษฐกิจพอเพียง เช่น การตั้งกลุ่มสหกรณ์หมู่บ้าน กลุ่มตลาดกลางสัตว์น้ำ กลุ่มโฮมสเตย์ ซึ่งมีศักยภาพในการให้บริการอย่างครบวงจร โดยมีบ้านพักไว้รับรองนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือน 15 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีท่าเทียบเรือ มีห้องน้ำสาธารณะ และยังมีชุด ตชด. รักษาความปลอดภัยให้ด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ชุมชนบนเกาะ ควบคู่ไปกับส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีรวมกลุ่มทำกิจกรรม และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง
สนใจท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติและเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนเกาะพิทักษ์ ติดต่อ คุณอำพล ธานีครุฑ (ผู้ใหญ่บ้าน) โทร 081-0931443 /089-0180644 คุณสุวินิตย์ พรหมสงค์ โทร 084-8525938
จาก ชุมพรสู้จังหวัดระนอง เมืองแห่งฝนแปด แดดสี่ นอกจากจะเป็นเมืองแห่งน้ำแร่แล้วจังหวัดระนองยังเป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่ ชวนให้หลงใหล และยิ่งช่วงปลายฝนต้นหนาว ธรรมชาติของจังหวัดระนองยิ่งสวยงามตระการตา ด้วยพืชพันธ์ที่เขียวขจี และความงดงามของดอกไม้นานาพันธ์ รวมถึงกล้วยไม้ป่าที่แข่งกันแทงช่อดอกออกสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ยังคงเป็นมนต์สะกดให้ผู้หลงใหลธรรมชาติต้องกลับมาเยือนระนองกันอีกครั้ง ในช่วงปลายฝนต้นหนาว
แต่ ณ ลำคลองนาคา หนึ่งในสายคลองหลากหลายของ อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ลำคลองแห่งความสวยใส ที่ธรรมชาติสรรสร้างมา มีน้ำที่ใสสะอาด และที่สำคัญ ณ ลำคลองแห่งนี้ธรรมชาติได้สร้างความมหัศจรรย์เอาไว้ให้ ชาวระนองได้ภาคภูมิใจ และให้ผู้รักธรรมชาติได้เดินทางไปสัมผัส ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวในโลก และได้รับสมญานามแห่งความมหัศจรรย์ว่า “ราชินีแห่งสายน้ำ” ของคลองนาคา นั่นก้อคือ ..ดอกพลับพลึงธาร.. ..พลับพลึงธาร.. เป็นพรรณไม้เฉพาะถิ่นที่มีเฉพาะในประเทศไทยและเป็นพืชไม้น้ำที่หายาก และอยู่ในสถานะใกล้สูญพันธ์ พบในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดระนองและจังหวัดพังงา แต่ปัจจุบันเกิดปัญหาการทำลายสถาวะแวดล้อมจนทำให้สภาพป่าเปลี่ยนไป ดอกพลับพลึงธารจึงลดน้อยลง แต่ยังพบที่คลองนาคาเพียงแห่งเดียวที่ยังคงหนาแน่นและคงความเป็นธรรมชาติไว้ มากที่สุด และเจ้าพลับพลึงธารยังเป็นตัวชี้วัดถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าคลองนาคาอีก ด้วย
ส่วนกิจกรรมที่โดดเด่นที่ชวนให้นักท่องเที่ยวหลงใหลธรรมชาติ ต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง คือ ..กิจกรรมล่องแพ แลพลับพลึงธาร.. ซึ่งเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ มีแพให้เลือกหากนักท่องเที่ยวอยากสนุกแบบเปียกปอนก็เลือกแพไม้ไผ่ หากไม่อยากโดนน้ำมากนักก็เลือกเรือยาง โดยใช้เวลาในการล่องแพประมาณ 2 – 4 ชั่วโมง (ซึ่งเวลาสองชั่วโมงอาจจะเป็นเวลาสั้นๆหากได้มีความสุขกับการชื่นชม ธรรมชาติ) ล่องแพไปตามสายน้ำที่สองฝั่งเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม สงบ ร่มรื่น ได้ดูนกนาๆชนิด ดอกไม้ป่าหลากหลายพันธ์ ผักพื้นบ้านที่ขึ้นเองตามธรรมชาติแถมยังเป็นอาหารรสเด็ดอย่างผักกรูด ( ได้น้ำพริกซักถ้วยรวมกับข้าวสวยร้อนๆก้อสุดยอดอาหารเลยทีเดียว ) สุดท้ายก้ออดใจไม่ไหวที่จะกระโดดลงไปโอบกอดแหวกว่ายสายน้ำใสๆ ณ คลองนาคาแห่งนี้
หากท่านเป็นคนหนึ่งที่รักธรรมชาติ อยากไปรู้จักและสัมผัสความงดงามของ ..ราชินีแห่งสายน้ำ ..เจ้าพลับพลึงธาร จะชูช่อดอกขาวนวล สะพรั่งเหนือผิวน้ำใสๆ ในเดือนตุลาคมถึงธันวาคมของทุกปี
การเดินทางจากตัวเมืองระนองใช้เส้นทาง ถ.เพชรเกษม ไปทาง อ.กะเปอร์ –อ.สุขสำราญ ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เมื่อถึงสะพานข้ามคลองนาคา ติดกับ อบต.นาคา ให้เลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ถึงชมรมเพลินไพรศรีนาคา จุดเริ่มต้นของ การล่องแพ แลพลับพลึงธาร ติดต่อสอบถามข้อมูลล่องแพได้ที่ ชมรมเพลินไพรศรีนาคา โทร 086-1209700 / ชมรมป่าสร้างฝัน จ.ระนอง โทร 086-7404533 เขตรักษาพันธ์สัตย์ป่าคลองนาคา โทร 077-828174 .. อย่าลืมไปล่องแพ แลพลับพลึงธาร.. และให้โอกาสธรรมชาติได้โอบกอดเรากัน จะได้สัมผัสความสุขจากอ้อมกอดของธรรมชาติอย่างแท้จริง สุดท้ายอย่าลืมตอบแทนความสุขที่ธรรมชาติมอบให้เราด้วยการรักษาธรรมชาติให้คง อยู่กับเราตลอดไป

